ผ้าม่าน ทนไฟ ตัวแปรสำคัญในการรอดตายจาก ไฟไหม้บ้าน

ผ้าม่าน องค์ประกอบสำคัญของบ้าน

เมื่อซื้อบ้านใหม่บ้านก่อนจะเข้าไปอยู่สิ่งหนึ่งที่ต้องดำเินินการเป็นอันดับต้น ต้น คือ เลือกซื้อ ผ้าม่าน 

เมื่อเวลาในการเลือกซื้อ ผ้าม่าน จะมีสักกี่ครอบครัว ที่นึกว่า ผ้าม่าน ควรมีคุณสมบัติในการทนไฟด้วย  ส่วนใหญ่จะนึกถึงแค่ ราคาและ ความสวยงาม ขนาด เนื่องจาก ปัจจุบัน 

จากการสำรวจสถิติเพลิงไหม้ของกองตำรวจดับเพลิง  กรมตำรวจ  ประจำปี  2542  พบว่า  จำนวนการเกิดเหตุเพลิงไหม้ทั้งหมด  531  ราย  คิดเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้นกว่า  167  ล้านบาท  มีสาเหตุจากความประมาทจำนวน  57  ราย  และสิ่งที่ถูกเพลิงไหม้เป็นของใช้ในบ้านมีจำนวนสูงถึง  107  ราย  นอกจากนี้ข้อมูลการป้องกันอัคคีภัยกรมตำรวจ  (1998)  รายงานว่าความประมาทมักเกิดจากการจุดธูปเทียนทิ้งไว้  การปล่อยให้เด็กเล่นไม้ขีดไฟ  ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการลุกลามของเปลวไฟไปติดผ้าที่ใช้ในอาคารบ้านเรือน  และเกิดเพลิงไหม้ในที่สุด

                    

Image

จากรายงานของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน  ที่ได้ทำการพิสูจน์ของกลางคดีอาญา  ในส่วนของเหตุเพลิงไหม้ในปี  2540  จำนวน  456  ราย  พบว่า  สิ่งของที่เป็นเชื้อเพลิงในการเกิดเพลิงไหม้  ได้แก่  ผ้า  ไม้  สารเคมี  กระดาษ  หนังเทียม  และเฟอร์นิเจอร์ไม้  สาเหตุของต้นเพลิงที่เกิดจากไฟไหม้ที่นอนหรือพรมมีประมาณร้อยละ  38.16  ส่วนต้นเพลิงที่เกิดจาก ผ้าม่าน มีประมาณร้อยละ  10.53  (กองพิสูจน์หลักฐาน, 2540)  ตัวอย่างข่าวการเกิดเพลิงไหม้เนื่องจากความประมาทเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ  เหตุเพลิงไหม้โรงแรมรอยัลจอมเทียนพัทยา  เมื่อ  11  กรกฎาคม  2540  เกิดการระเบิดของถัง แก๊สlpg ในห้องครัวทำให้มีลูกไฟลามไปติดผ้าม่านเกิดเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมเพลิงได้  (นิรนาม, 2540)  อีกส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากใช้ต่าง ๆ ในโรงแรมซึ่งเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี  เช่น  พรม  ผ้าม่าน  และเฟอร์นิเจอร์ไม้  และเครื่องตกแต่งภายในของโรงแรม  เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะมีควันและมีกลิ่นเหม็นทำให้คนที่อยู่ภายในอาคารสูดดมเข้าไปหมดสติโดนไฟคลอกตายในที่สุด

จากการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับผ้าม่านชนิดต่าง ๆ ที่นิยมใช้ในเขตกรุงมหานคร  พบว่า  โดยทั่วไปการเลือกผ้าม่านผู้บริโภคจะคำนึงถึงความสวยงามของผืนผ้ามากกว่าคุณสมบัติอื่น  ผ้าม่านที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายผลิตจากเส้นใยฝ้าย  พอลิเอสเตอร์  และใยผสมระหว่างฝ้ายกับพอลิเอสเตอร์และพอลิเอสเตอร์กับเรยอน  มีโครงสร้างการทอแบบลายขัด  และทอแบบยกดอกพิเศษ  เช่น  แจ็คการ์ด  ด็อบบี้  เป็นต้น  เมื่อนำไปทดสอบการลุกไหม้  พบว่า  ผ้าม่านตัวอย่างเกิดการติดไฟง่ายและลุกไหม้อย่างรวดเร็วและเกิดควันพิษ  ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบหายใจ  สรุปได้ว่า  ผ้าม่านที่นิยมใช้ในเขตกรุงเทพนครยังไม่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค  การตกแต่งต้านไฟจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผ้าม่านที่ใช้ตามอาคารบ้านเรือนทั่วไป

                    รัตนาภรณ์  (2531)  กล่าวว่า  การตกแต่งผืนผ้าให้มีคุณสมบัติกันไฟด้วยสารเคมีเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาการติดไฟง่าย  และลุกไหม้เร็วของผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ปัจจุบันนี้  สารตกแต่งกันไฟสำหรับผ้าฝ้ายที่นิยมใช้ในประเทศไทย  ได้แก่  ไพโรวาเท็กซ์  ซีพี  (Pyrovatex CP)  ซึ่งเป็นสารตกแต่งชนิดถาวร  (durable)  ที่มีประสิทธิภาพในการต้านไฟสูง  แต่ไม่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพราะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นประมาณหลาละ  50 – 100 บาท  บริษัทที่ใช้สารตกแต่งชนิดนี้ส่วนใหญ่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น  สารเคมีอีกชนิดหนึ่งที่เป็นสารตกแต่งกันไฟที่มีคุณสมบัติคล้ายกับไพโรวาเท็กซ์  ซีพี  คือ  โฟลแวน  เอเอสเอ็น  (Flovan ASN)  ซึ่งเป็นสารตกแต่งกันไฟที่มีราคาถูกกว่าไพโรวาเท็กซ์  ซีพี  เพราะเป็นสารกันไฟชนิดไม่ถาวร  (non-durable)  นิยมใช้ตกแต่งผ้าที่ไม่ต้องการซักบ่อย ๆ  เช่น  พรม  ผ้าม่าน  และผ้าหุ้มเครื่องเรือน  เป็นต้น  เจ้าหน้าที่ด้านสารเคมีตกแต่งกันไฟของบริษัท  ซีบ้าสเปซเซียลตี้เคมีคอล  จำกัด  ได้แนะนำว่า  สารตกแต่งกันไฟ  โฟลแวน  เอเอสเอ็น  นี้มีกรรมวิธีการตกแต่งที่ไม่ยุ่งยากสามารถใช้กับใยผ้าได้หลายชนิด  เช่น  ฝ้าย  เรยอน  พอลิเอสเตอร์  ขนสัตว์  ไนลอน  และใยผสม  จึงได้ศึกษาวิจัยเบื้องต้นโดยการทดลองตกแต่งผ้าฝ้าย  100  เปอร์เซ็นต์และพอลิเอสเตอร์  100  เปอร์เซ็นต์  ด้วยวิธีฉีดพ่นสาร  และแช่ผ้าในน้ำผสมสารตกแต่ง  300  กรัมต่อลิตร  แล้วนำไปรีดพบว่า  ผ้าทดลองมีคุณสมบัติต้านไฟได้ดีกว่าผ้าที่ไม่ตกแต่งสาร

                    สารตกแต่งกันไฟ  โฟลแวน  เอเอสเอ็น  น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการตกแต่งผ้าม่านที่ใช้ในบ้านเรือนทั่วไปเพื่อให้มีความปลอดภัยจากการลุกไหม้  ดังนั้น  การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกรรมวิธีตกแต่ง  และปริมารที่เหมาะสม  ตลอดจนประสิทธิภาพในการต้านไฟของสารชนิดนี้จะเป็นแนวทางในการใช้สารชนิดนี้อย่างเหมาะสม  รวมทั้งยังเป็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพสิ่งทอให้มีความต้านทานไฟเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน